| ซิงค์คลอไรด์ หรือ สังกะสีคลอไรด์ | ICSC: 1064 (เมษายน 2017) |
| บัตเตอร์ออฟซิงก์ ซิงก์(II)คลอไรด์ ซิงก์ไดคลอไรด์ |
|
| เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 7646-85-7 |
| UN #: 2331 |
| EC Number: 231-592-0 |
| อันตรายเฉียบพลัน | การป้องกัน | การระงับอัคคีภัย | |
|---|---|---|---|
| เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด | ไม่สันดาป ปล่อยไอควันหรือแก๊สที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นพิษจากการเกิดเพลิงไหม้ | โปรดอ่านอันตรายจากสารเคมี | ในกรณีที่มีเพลิงไหม้โดยรอบ ให้ใช้สารดับเพลิงที่เหมาะสม |
| ป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นและฟูม (ไอควัน) ทุกรายที่ได้รับสัมผัสสารนี้ควรปรึกษาแพทย์ | |||
|---|---|---|---|
| อาการแสดง | การป้องกัน | การปฐมพยาบาล | |
| ทางการหายใจ | ไอ เจ็บคอ รู้สึกปวดแสบปวดร้อน หายใจลำบาก หายใจสั้น อาการอาจปรากฏช้า โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม | ใช้ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ | อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ควรผายปอด ส่งต่อแพทย์ทันที |
| ทางผิวหนัง | ผื่นแดง เจ็บปวด ผิวหนังไหม้ | ถุงมือป้องกัน | ค่อย ๆ รินน้ำเปล่าชำระล้างผิวหนัง หรือใช้ฝักบัวในการชะล้าง อย่างน้อย 15 นาที ส่งต่อ ไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษา |
| ทางตา | รอยแดง ความเจ็บปวด แผลไหม้รุนแรง | สวมใส่ แว่นครอบตานิรภัย อุปกรณ์ป้องกันดวงตาในการป้องกันการหายใจเมื่อได้รับสัมผัสฝุ่นผง | ค่อย ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2- 3 นาที (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออก ถ้าสามารถเอาออกได้) นำส่งแพทย์ทันที |
| ทางปาก | คอแห้ง in the throat and chestมึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ช็อกหรือแฟบ | ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร | ไม่ทำให้อาเจียน ให้ดื่มน้ำหนึ่งหรือสองแก้ว ส่งต่อไปพบแพทย์ทันที |
| การกำจัดทิ้ง | การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์ |
|---|---|
| การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล : ใช้เครื่องช่วยการหายใจ (repirator) ที่ใช้ตัวกรองอนุภาค (filter) สำหรับป้องกันความเข้มข้นของสารในอากาศที่เข้าสู่ทางเดินหายใจ ห้ามปล่อยสารเคมีนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้กวาดสารที่หกรั่วไหลลงในภาชนะบรรจุที่ปิด ให้ตระหนักถึงการเก็บสารในภาชนะบรรจุอย่างระมัดระวัง ดังนั้น วิธีการจัดเก็บและวิธีการกำจัดทิ้งให้ขึ้นอยู่กับกฎที่ใช้ควบคุมในพื้นที่นั้น (local regulation) |
ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria) ![]() ![]() ![]() อันตราย
เป็นอันตรายหากกลืนกินสารนี้ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้รุนแรงและทำลายตา อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ เป็นพิษมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบเป็นระยะเวลานาน การขนส่ง |
| การเก็บ | |
| เก็บรักษาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิม แยกจาก strong bases, strong oxidants และ food and feedstuffs เก็บในที่แห้ง มีการปิดผนึก เก็บรักษาในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายหรือมีท่อระบายน้ำ | |
| การบรรจุ/การหีบห่อ | |
| ไม่ขนส่งร่วมกับอาหารและภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร หรือภาชนะบรรจุสำหรับให้อาหาร |
| ซิงค์คลอไรด์ หรือ สังกะสีคลอไรด์ | ICSC: 1064 |
| กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี | |
|---|---|
|
สถานะทางกายภาพของสาร
อันตรายทางกายภาพ
อันตรายทางเคมี
|
ZnCl2สูตรโมเลกุล |
| การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ | |
|---|---|
|
ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
|
ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
|
| ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน) |
|---|
|
TLV: (fume): 1 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), กรณีค่าเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (TWA); (fume): 2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) กรณีขีดจำกัดระยะสั้น (STEL). MAK: (respirable fraction): 0.1 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3); ประเภทของขีดจำกัดสูงสุด (peak limitation category): I(4); กลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ (pregnancy risk group): C. MAK: (inhalable fraction): 2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3); ประเภทของขีดจำกัดสูงสุด (peak limitation category): I(2); กลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ (pregnancy risk group): C |
| สิ่งแวดล้อม |
|---|
| สารนี้มีพิษมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ ต้องไม่แพร่สารนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม |
| ข้อสังเกต |
|---|
| สารละลายสังกะสีคลอไรด์ (zinc chloride solution) มีรหัสหรือหมายเลขขนส่ง UN number 1840 และมีรหัสหรือหมายเลขจำแนกประเภทอันตรายเป็น Hazard Class 8 อาการปอดบวมนั้น มักพบบ่อยว่ายังมีอาการไม่ชัดเจน จนกว่าจะผ่านระยะเวลา 2 - 3 ชั่วโมง และมีการออกกำลังกาย ก็จะพบว่ามีปอดบวมชัดเจน การพักผ่อนและการมีแพทย์สังเกตอาการเป็นสิ่งจำเป็น |
| ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม | ||
|---|---|---|
|
EC Classification สัญลักษณ์ : C, N; R: 22-34-50/53; S: (1/2)-26-36/37/39 -45-60-61 |
![]() | ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล |