« กลับไปสู่รายการผลของการสืบค้น  
2,4-ไดคลอโรฟีนอลICSC: 0438 (พฤษภาคม 2010)
เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 120-83-2
UN #: 2020
EC Number: 204-429-6

  อันตรายเฉียบพลัน การป้องกัน การระงับอัคคีภัย
เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด การเผาไหม้ ปล่อยไอควันหรือแก๊สที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นพิษจากการเกิดเพลิงไหม้  อนุภาคเล็กมากหรือละเอียดที่ถูกปล่อยออกมาจะมาผสมกับอากาศและทำให้ระเบิดได้  ห้ามใกล้เปลวไฟ  ป้องกันการเกิดประจุไฟฟ้าสถิต (เช่น มีสายดิน เป็นต้น)  ใช้ water spray, foam, powder, carbon dioxide.   

 ป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่น ป้องกันการปล่อยละอองสารเคมี หลีกเลี่ยงทุกการสัมผัสสารเคมีนี้! ทุกรายที่ได้รับสัมผัสสารนี้ควรปรึกษาแพทย์ 
  อาการแสดง การป้องกัน การปฐมพยาบาล
ทางการหายใจ เจ็บคอ ไอ รู้สึกเจ็บแปลบด้านหลังกระดูกหน้าอก หายใจสั้น หายใจลำบาก โปรดอ่านในส่วนของการรับประทานเพิ่มเติม  ใช้ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ  อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ส่งต่อแพทย์ทันที 
ทางผิวหนัง อาจถูกดูดซึม ผื่นแดง เจ็บปวด แผล โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการหายใจ  ถุงมือป้องกัน เสื้อผ้าป้องกัน  ให้สวมถุงมือเพื่อป้องกันมือขณะทำการปฐมพยาบาล ให้ถอดเสื้อผ้าหรือชุดที่ปนเปื้อนออก (โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม) ในการเคลื่อนย้ายสารให้ใช้โพลีเอทิลีนไกลคอล 400 หรือ ใช้น้ำมันพืช ค่อย ๆ รินน้ำเปล่าล้างผิวหนัง หรือใช้ฝักบัวในการชะล้าง ส่งต่อให้แพทย์ตรวจอาการทันที 
ทางตา รอยแดง ความเจ็บปวด แผลไหม้รุนแรง  สวมใส่ กระบังหน้า อุกรณ์ป้องกันดวงตา ในการป้องกันการหายใจแบบผสมผสาน  ค่อย ๆ รินน้ำสะอาดล้างตา (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออกก่อน ถ้าสามารถเอาคอนแทคเลนส์ออกได้) นำส่งแพทย์ทันที 
ทางปาก รู้สึกแสบร้อนในปากและลำคอ ปวดท้อง สั่น ชักกระตุก ช็อกหรือแฟบ  ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน  บ้วนปาก ไม่ทำให้อาเจียน ส่งต่อไปพบแพทย์ทันที 

การกำจัดทิ้ง การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์
การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล : ชุดป้องกันสารเคมีซึ่งมีเครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศในตัว (self-contained breathing apparatus: SCBA) ห้ามปล่อยสารเคมีนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้กวาดสารที่หกรั่วไหลลงในภาชนะบรรจุที่ปิด ถ้าจะใช้วิธีที่เหมาะสม ให้ทำให้เปียกหรือชื้นก่อนเป็นลำดับแรกเพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น ให้ตระหนักถึงการเก็บสารในภาชนะบรรจุอย่างระมัดระวัง ดังนั้น วิธีการจัดเก็บและวิธีการกำจัดทิ้งให้ขึ้นอยู่กับกฎที่ใช้ควบคุมในพื้นที่นั้น (local regulation) 

ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria)

corrskull;toxiccancer;health hazenviro;aqua
อันตราย
เป็นอันตรายหากกลืนกินสารนี้
เป็นพิษเมื่อสัมผัสผิวหนัง
ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้รุนแรงและทำลายตา
เป็นสาเหตุทำลาย ระบบประสาทส่วนกลาง
อาจเป็นสาเหตุทำลาย ระบบทางเดินหายใจ ถ้า หายใจเข้า
เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบเป็นะยะเวลานาน 

การขนส่ง
UN Classification
UN Hazard Class: 6.1; หมายเลขของสหประชาชาติระบุกลุ่มของการหีบห่อสาร (UN Pack Group): III 

การเก็บ
มีความคงทนต่อไฟ เก็บรักษาในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายหรือมีท่อระบายน้ำ จัดการการบำบัดน้ำเสียจากการดับเพลิง แยกจาก strong oxidants และ food and feedstuffs มีการระบายอากาศตลอดทางเดิน 
การบรรจุ/การหีบห่อ
ไม่ขนส่งร่วมกับอาหารและภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร หรือภาชนะบรรจุสำหรับให้อาหาร 
2,4-ไดคลอโรฟีนอล ICSC: 0438
กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี

สถานะทางกายภาพของสาร
มีลักษณะทางกายภาพเป็นผลึกไม่มีสีที่มีกลิ่นเฉพาะ 

อันตรายทางกายภาพ
ฝุ่นละอองอาจระเบิดได้ถ้าอยู่ในรูปของผงหรือเป็นเม็ดเล็กๆในอากาศ ถ้าแห้ง จะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้โดยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การหมุน การอัดลมระหว่างขนส่ง การเท ฯลฯ 

อันตรายทางเคมี
สารสลายตัวเมื่อถูกทำให้ร้อน สารนี้จะสร้างไอควันพิษ (ฟูมพิษ) รวมทั้ง สารคลอรีน และ สารไฮโดรเจนคลอไรด์ สารนี้จะย่อยสลาย หากได้รับความร้อนหรือเผาไหม้สารนี้ สารนี้จะสร้างไอควันพิษ (ฟูมพิษ) รวมทั้ง สารฟอสจีน และ สารไดออกซิน สารนี้อย่างรุนแรง จะมีปฏิกิริยากับ กรด และ สารออกซิแดนท์อย่างแรง 

C6H4Cl2Oสูตรโมเลกุล
มวลโมเลกุล: 163.0
จุดเดือด : 210.0 องศาเซลเซียส
จุดหลอมเหลว : 45.0°C
ความหนาแน่น: 1.4 g/cm³
ละลายในน้ำ (ได้น้อย) ที่อุณหภูมิ 20°C: 0.45กรัมต่อ 100 มิลลิตร (g/100ml)
ความดันไอ ที่อุณหภูมิ 20°C: 10 ปาสกาล (Pa)
ความหนาแน่นของไอน้ำสัมพัทธ์ (อากาศ = 1): 5.6
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของส่วนผสมระหว่าง ไอระเหย/อากาศ (vapour/air-mixture) ที่อุณหภูมิ 20°C (อากาศ = 1): 1.00
จุดวาบไฟ : อุณหภูมิ 113°C ภาชนะเปิด (o.c.)
อุณหภุูมิที่ติดไฟได้เอง: 500°C
ค่าสัมประสิทธิ์การกระจายตัวของสารในชั้นน้ำและชั้นออกทานอล (log Pow): 3.17  


การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ

ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
สารนี้สามารถถุกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ, ผ่านทางผิวหนัง และ โดยการรับประทาน ร้ายแรงผลกระทบเฉพาะที่ โดยการเข้าสู่ร่างกายจากการได้รับสัมผัสทุกช่องทาง 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
สารนี้ จะกัดกร่อน ตา หากรับประทานจะเกิดการกัดกร่อนทางเดินอาหาร ของเหลวร้อนอาจก่อให้เกิดแผลไหม้รุนแรงที่ผิวหนัง หากได้รับสัมผัสสารนี้ที่หลอมละลายอาจมีผลทำให้เกิดการดูดวึมสารนี้ผ่านทางผิวหนังได้มากและทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว หากหายใจได้รับ ไอระเหย อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ (โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม) ควรให้แพทย์ตรวจอาการ สารนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง 

ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ความเข้มข้นของสารปนเปื้อนในอากาศจะถึงระดับที่เป็นอันตรายอย่างช้า ๆ หากระบายสารนี้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส; เมื่ออยู่ในรูปของสารหลอมละลายจะระเหยเร็วกว่ามาก 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
 


ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน)
 

สิ่งแวดล้อม
สารนี้เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ สารนี้จะไม่แพร่สู่สิ่งแวดล้อมถ้ามีการใช้งานตามปกติและมีการดูแลที่ดี จึงควรหลีกเลี่ยงการปล่อยสารสู่ที่สาธารณะ และควรมีการจัดการเพิ่มเติม อาทิ กำจัดสารนี้ด้วยวิธีที่เหมาะสม 

ข้อสังเกต
อาการปอดบวมจะยังไม่แสดงชัดเจนกว่าเวลาผ่านไปสองชั่วโมงภายหลังการได้รับการบาดเจ็บ ดังนั้นการให้พักผ่อนและมีการสังเกตอาการทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
การแยกเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนโดยการปิดถุงหรือวัสดุอื่น 

ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
  EC Classification
สัญลักษณ์ : T, N; R: 22-24-34-51/53; S: (1/2)-26-36/37/39 -45-61 

(th)ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล