| ไอโดรเจนซัลไฟด์ | ICSC: 0165 (เมษายน 2017) |
| ไดไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ |
|
| เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 7783-06-4 |
| UN #: 1053 |
| EC Number: 231-977-3 |
| อันตรายเฉียบพลัน | การป้องกัน | การระงับอัคคีภัย | |
|---|---|---|---|
| เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด | ไวไฟสูงสุด แก๊ส/อากาศผสม เป็นสารที่ทำให้ระเบิดได้ | ห้ามใกล้เปลวไฟ ห้ามใกล้ประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่ ระบบปิด ระบายอากาศ อุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันระเบิดและไฟฉายป้องกันการระเบิด ป้องกันการเกิดประจุไฟฟ้าสถิต (เช่น มีสายดิน เป็นต้น) ถ้าอยู่ในสภาวะของเหลว ห้ามใช้อากาศอัดในการบรรจุสาร การถ่ายเท หรือ การขนย้าย | ถ้าไม่สามารถถ้าไม่สามารถดับไฟได้และพิจารณาแล้วว่าเผาไหม้นั้นไม่มีภาวะเสี่ยงใด ๆ ต่อสถานการณ์โดยรอบ ให้หยุดการส่งกำลังไประงับเหตุ และให้ปล่อยให้เพลิงไหม้จนดับไปเอง ส่วนในกรณีอื่น ๆ ให้ดับเพลิงด้วย ฉีดน้ำเป็นละอองฝอย (สเปรย์น้ำ), ผงแห้ง ในกรณีของเพลิงไหม้ ให้รักษาอุณหภูมิของภาชนะบรรจุสารเคมีด้วยการฉีดน้ำเป็นละอองฝอย (spraying) ให้กับภาชนะเก็บสารเคมีนั้น |
| หลีกเลี่ยงทุกการสัมผัสสารเคมีนี้! ทุกรายที่ได้รับสัมผัสสารนี้ควรปรึกษาแพทย์ | |||
|---|---|---|---|
| อาการแสดง | การป้องกัน | การปฐมพยาบาล | |
| ทางการหายใจ | ไอ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจลำบาก หายใจสั้น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ อาการชัก หมดสติ | ใช้ การระบายอากาศ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ | ควรให้ออกซิเจน อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ควรผายปอด ไม่ผายปอดด้วยวิธีปากต่อปาก (mouth-to-mouth) ส่งต่อแพทย์ทันที |
| ทางผิวหนัง | เมื่อสัมผัสกับของเหลว: แผลน้ำแข็งกัด | ถุงมือป้องกันความเย็น | ในกรณีเป้นแผลน้ำแข็งกัด: ให้ค่อยๆ ล้างด้วยน้ำ โดยไม่ต้องถอดเสื้อผ้าออก ส่งต่อ ไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษา |
| ทางตา | รอยแดง ความเจ็บปวด | สวมใส่ แว่นครอบตานิรภัย อุกรณ์ป้องกันดวงตา ในการป้องกันการหายใจแบบผสมผสาน | ขั้นแรกให้ค่อย ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2- 3 นาที (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออก ถ้าสามารถเอาออกได้) จากนั้นให้นำส่งแพทย์ |
| ทางปาก | ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน | ||
| การกำจัดทิ้ง | การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์ |
|---|---|
| เขจัดแหล่งกำเนิดประกายไฟทั้งหมด อพยพออกจากพื้นที่อันตราย! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล : ใช้ชุดป้องกันสารเคมีแบบป้องกันแก๊ส (gas-tight chemical protection suit) พร้อมทั้งมีเครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศในตัว (self-contained breathing apparatus: SCBA) ห้ามปล่อยสารเคมีนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้ปิดกระบอกสูบถ้าอยู่ในภาวะที่ทำได้ การระบายอากาศ (Ventilation) ขจัดแก๊สด้วยการฉีดพ่นน้ำเป็นละอองฝอย (สเปรย์) ให้กั้นแยกพื้นที่จนกว่าแก๊สจะกระจายตัวหายไป |
ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria) ![]() ![]() ![]() ![]() มีแก๊สภายใต้ความดันอาจระเบิดได้หากถูกทำให้ร้อน อาจเสียชีวิตได้หากหายใจสารนี้เข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดการระคายเคืองตารุนแรง อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ เป็นพิษมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ การขนส่ง |
| การเก็บ | |
| มีความคงทนต่อไฟ แยกจาก strong oxidants อยู่ในที่เย็น เก็บรักษาในห้องที่มีการถ่ายเทอากาศดี ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยในระบบควบคุมอย่างต่อเนื่อง จัดการการบำบัดน้ำเสียจากการดับเพลิง เก็บรักษาในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายหรือมีท่อระบายน้ำ | |
| การบรรจุ/การหีบห่อ | |
| ไอโดรเจนซัลไฟด์ | ICSC: 0165 |
| กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี | |
|---|---|
|
สถานะทางกายภาพของสาร
อันตรายทางกายภาพ
อันตรายทางเคมี
|
H2Sสูตรโมเลกุล |
| การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ | |
|---|---|
|
ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
|
ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
|
| ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน) |
|---|
|
TLV: 1 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณีค่าเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (TWA); 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณ๊ขีดจำกัดระยะสั้น (STEL). MAK: 7.1 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), 5 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm); ประเภทของขีดจำกัดสูงสุด (peak limitation category): I(2); กลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ (pregnancy risk group): C. EU-OEL: 7 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) , 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณีค่าเฉลี่ยตลอดการทำงาน (TWA); 14 ,มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), 10 ส่วนในล้านส่วน (ppm) as STEL |
| สิ่งแวดล้อม |
|---|
| สารนี้มีพิษมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ |
| ข้อสังเกต |
|---|
| อาการปอดบวมนั้น มักพบบ่อยว่ายังมีอาการไม่ชัดเจน จนกว่าจะผ่านระยะเวลา 2 - 3 ชั่วโมง และมีการออกกำลังกาย ก็จะพบว่ามีปอดบวมชัดเจน การพักผ่อนและการมีแพทย์สังเกตอาการเป็นสิ่งจำเป็น มีความจำเป็นต้องทำการรักษาเฉพาะในกรณีของพิษของสารนี้; มีการจัดเตรียมคำแนะนำที่เหมาะสมพร้อมใช้งาน ในการพืจารณาถึงความเสี่ยงจากพิษของสารไฮโดรเจนซัลไฟด์นั้น เนื่องจากอาจไม่รู้สึกว่ามีกลิ่นของสารนี้ที่จะเตือนภัยถึงแม้ว่าความเข้มข้นของสารจะเกินค่าขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการทำงาน (OEL) ก็ตาม (อันเนื่องจากเส้นประสาทการได้รับกลิ่นเป็นอัมพาต) ดังนั้นการใช้กลิ่นเตือนภัยว่าได้รับสัมผัสสารไฮโดรเจนซัลไฟด์จึงไม่ใช่วิธีการเตือนภัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ |
| ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม | ||
|---|---|---|
|
EC Classification สัญลักษณ์ : F+, T+, N; R: 12-26-50; S: (1/2)-9-16-36-38-45-61 |
![]() | ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล |