« กลับไปสู่รายการผลของการสืบค้น  
อัลลิล ไกลซิดิล อีเทอร์ICSC: 0096 (พฤษภาคม 2018)
อัลลิล ไกลซิดิล อีเทอร์
((2-โพรเพ็นนิลออกซี)เมทิล)ออกซิเรน
อัลลิล 2,3-อีพ็อกซีโพรพิล อีเทอร์
1-(อัลลิลออกซี)-2,3-อีพ็อกซีโพรเพน
เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 106-92-3
UN #: 2219
EC Number: 203-442-4

  อันตรายเฉียบพลัน การป้องกัน การระงับอัคคีภัย
เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด ไวไฟ  มากกว่า 48 องศาเซลเซียส (°C) จะทำให้เกิดการระเบิดจากไอระเหยหรือจากการผสมของอากาศ  ห้ามใกล้เปลวไฟ ห้ามใกล้ประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่  เมื่ออุณหภูมิมากกว่า 48 องศาเซลเซียส (°C) ให้ใช้ระบบปิดและมีการระบายอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันการระเบิด  ใช้ powder, foam, carbon dioxide, water.  ในกรณีของเพลิงไหม้ ให้รักษาอุณหภูมิของถังบรรจุสารเคมีให้เย็นด้วยการฉีดน้ำเป็นละอองฝอย (spraying) ให้ถังบรรจุสารเคมีนั้น 

 หลีกเลี่ยงทุกการสัมผัสสารเคมีนี้! ทุกรายที่ได้รับสัมผัสสารนี้ควรปรึกษาแพทย์ 
  อาการแสดง การป้องกัน การปฐมพยาบาล
ทางการหายใจ ไอ เจ็บคอ รู้สึกปวดแสบปวดร้อน เซื่องซึม เซื่องซึม  ใช้ การระบายอากาศ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ  อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ควรผายปอด ส่งต่อแพทย์ทันที 
ทางผิวหนัง อาจถูกดูดซึม ผิวแห้ง ผื่นแดง เจ็บปวด แผล  ถุงมือป้องกัน เสื้อผ้าป้องกัน  ให้ถอดเสื้อผ้าหรือชุดที่ปนเปื้อนออก ค่อย ๆ ชำระล้างผิวหนังด้วยน้ำและสบู่ ส่งต่อ ไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษา  
ทางตา รอยแดง ความเจ็บปวด ตาพร่า แผลไหม้รุนแรง  สวมใส่ กระบังหน้า แว่นครอบตานิรภัย อุกรณ์ป้องกันดวงตา ในการป้องกันการหายใจแบบผสมผสาน  ขั้นแรกให้ค่อย ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2- 3 นาที (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออก ถ้าสามารถเอาออกได้) จากนั้นให้นำส่งแพทย์ 
ทางปาก มึนงง ปวดศีรษะ เสียงเคาะทึบ เซื่องซึม คลื่นไส้ อาเจียน  ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน  บ้วนปาก ให้ดื่มน้ำหนึ่งหรือสองแก้ว ส่งต่อไปพบแพทย์ทันที 

การกำจัดทิ้ง การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์
การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล : ใช้เครื่องช่วยการหายใจ (repirator) ที่ใช้ตัวกรองอากาศ (filter) สำหรับแก๊สอินทรีย์และไอระเหยในการป้องกันความเข้มข้นของสารในอากาศที่เข้าสู่ทางเดินหายใจ การระบายอากาศ (Ventilation) ให้เก็บของเหลวที่หกรั่วไหลในภาชนะบรรจุที่มีการปิดผนึกแน่นหรือเท่าที่จะทำได้ ดูดซับของเหลวที่ยังเหลือคงค้างอยู่ด้วยสารดูดซับเฉื่อย ให้ล้างสารที่ยังตกค้างด้วยน้ำเปล่า วิธีการจัดเก็บและวิธีการกำจัดทิ้งขึ้นอยู่กับกฎที่ใช้ควบคุมในพื้นที่นั้น (local regulation) ห้ามปล่อยสารเคมีนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม 

ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria)

flam;flamecorrskull;toxiccancer;health haz
อันตราย
ของเหลวไวไฟและไอระเหย
เป็นอันตรายหากกลืนกินสารนี้
เป็นพิษเมื่อเข้าสู่ทางเดินหายใจ
ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง
อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง
ก่อให้เกิดการทำลายตาอย่างรุนแรง
อาจก่อให้เกิดอาการง่วงซึม หรือเวียนศีรษะ
สงสัยว่าอาจก่อให้เกิดความบกพร่องทางพันธุกรรม
เหตุอันควรสงสัยว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง
เหตุอันควรสงสัยของภาวะเจริญพันธุ์ถูกทำลายหรือเด็กที่ยังไม่เกิด
เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ 

การขนส่ง
UN Classification
UN Hazard Class: 3; หมายเลขของสหประชาชาติระบุกลุ่มของการหีบห่อสาร (UN Pack Group): III 

การเก็บ
มีความคงทนต่อไฟ แยกจาก strong oxidants, strong bases และ strong acids อยู่ในที่เย็น เก็บรักษาในที่มืด 
การบรรจุ/การหีบห่อ
 
อัลลิล ไกลซิดิล อีเทอร์ ICSC: 0096
กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี

สถานะทางกายภาพของสาร
มีลักษณะทางกายภาพเป็นของเหลว ไม่มีสี มีกลิ่นเฉพาะ 

อันตรายทางกายภาพ
 

อันตรายทางเคมี
สารนี้สามารถอยู่ใรูปของเพอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่ระเบิดได้ สารนี้อาจจะเกิดปฏิกิริยาพอลีเมอไรเซชันอย่างง่ายดาย สารนี้จะย่อยสลาย หากได้รับความร้อนหรือเผาไหม้สารนี้ สารนี้จะสร้างแก๊สพิษ สารนี้อย่างรุนแรง จะมีปฏิกิริยากับ สารออกซิแดนท์อย่างแรง กรด และ เบส สารนี้จะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิดและเพลิงไหม้ 

C6H10O2สูตรโมเลกุล
มวลโมเลกุล: 114.2
จุดเดือด : 154 องศาเซลเซียส
จุดหลอมเหลว : -100°C
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (น้ำ = 1): 0.97
ละลายในน้ำ (ละลายได้อย่างอิสระ) : 14กรัมต่อ 100 มิลลิตร (g/100ml)
ความดันไอ ที่อุณหภูมิ 25°C: 0.63 กิโลปาสกาล (kPa)
ความหนาแน่นของไอน้ำสัมพัทธ์ (อากาศ = 1): 3.9
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของส่วนผสมระหว่าง ไอระเหย/อากาศ (vapour/air-mixture) ที่อุณหภูมิ 20°C (อากาศ = 1): 1.02
จุดวาบไฟ : อุณหภูมิ 45°C c.c.
อุณหภุูมิที่ติดไฟได้เอง: 264°C
ขีดจำกัดการระเบิด : vol% ในอากาศ (โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม)
ค่าสัมประสิทธิ์การกระจายตัวของสารในชั้นน้ำและชั้นออกทานอล (log Pow): 0.46 (โดยประมาณ) 


การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ

ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
สารนี้สามารถถุกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ, ผ่านทางผิวหนัง และ โดยการรับประทาน 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
กัดกร่อน สารนี้ จะกัดกร่อน ตา หากหายใจได้รับ ไอระเหย อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ (โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม) การได้รับสัมผัสสารนี้ สามารถลกดระบบประสาทส่วนกลาง. การได้รับสัมผัสสารนี้ สามารถทำให้การรู้สึกตัวลดน้อยลง. ควรให้แพทย์ตรวจอาการ 

ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส สารอันตรายนี้จะระเหยปนเปื้อนในอากาศค่อนข้างเร็ว 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
หากผิวหนังได้รับสัมผัสสารนี้ซ้ำหรือเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ การได้รับสัมผัสสารนี้ซ้ำหรือได้รับเป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง (skin sensitization) อาจทำลายพันธุกรรมในมนุษย์ จากการทดสอบกับสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่าสารนี้อาจก่อให้เกิดพิษต่อระบบสืบพันธุ์หรือการพัฒนาการของมนุษย์ได้ เป็นไปได้ที่สารนี้อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ 


ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน)
TLV: 1 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณีค่าเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (TWA); A4 (not classifiable as a human carcinogen).
MAK: การจำแนกกลุ่มมะเร็ง (carcinogen categor): 2; ดูดซึมผ่านผิวหนัง (skin absorption) (H); ภูมิไวเกินของผิวหนัง (SH) 

สิ่งแวดล้อม
สารนี้มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ 

ข้อสังเกต
ไม่มีข้อมูลขีดจำกัดการระเบิด เพียงแต่ระบุว่าเป็นสารติดไฟและมีจุดวาบไฟ < 61°C
การดื่มแอลกอฮอล์มีผลทำให้มีอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น
ขึ้นอยู่กับระดับของการได้รับสัมผัส และการแนะนำการตรวจสุขภาพตามระยะที่กำหนด
อาการปอดบวมจะยังไม่แสดงชัดเจนกว่าเวลาผ่านไปสองชั่วโมงภายหลังการได้รับการบาดเจ็บ ดังนั้นการให้พักผ่อนและมีการสังเกตอาการทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
การได้กลิ่นจะเป็นการเตือนหากภาวะเกินค่าขีดจำกัดการได้รับสัมผัสไม่เพียงพอต่อการระวังเหตุการณ์
ตรวจสอบสารเปอร์ออกไซด์ก่อนการกลั่น; ถ้าพบสารเปอร์ออกไซด์ให้กำจัด 

ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
  EC Classification
สัญลักษณ์ : Xn; R: 10-20/22-37/38-40-41-43-52/53-62-68; S: (2)-24/25-26-36/37/39 -61 

(th)ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล