« กลับไปสู่รายการผลของการสืบค้น  
ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทนICSC: 0047 (กรกฎาคม 2002)
ไตรคลอโรมอโนฟลูออโรมีเทน
ฟลูโอโรไตรคลอโรมีเทน
ซีเอฟซี 11
อาร์ 11
เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 75-69-4
EC Number: 200-892-3

  อันตรายเฉียบพลัน การป้องกัน การระงับอัคคีภัย
เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด ไม่สันดาป ปล่อยไอควันหรือแก๊สที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นพิษจากการเกิดเพลิงไหม้        ในกรณีที่มีเพลิงไหม้โดยรอบ ให้ใช้สารดับเพลิงที่เหมาะสม  ในกรณีของเพลิงไหม้ ให้รักษาอุณหภูมิของถังบรรจุสารเคมีให้เย็นด้วยการฉีดน้ำเป็นละอองฝอย (spraying) ให้ถังบรรจุสารเคมีนั้น 

   
  อาการแสดง การป้องกัน การปฐมพยาบาล
ทางการหายใจ หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สับสน เซื่องซึม หมดสติ  ใช้ การระบายอากาศ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ  อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ควรผายปอด ส่งต่อแพทย์ 
ทางผิวหนัง เมื่อสัมผัสกับของเหลว: แผลน้ำแข็งกัด ผิวแห้ง  ถุงมือป้องกันความเย็น  ในกรณีเป้นแผลน้ำแข็งกัด: ให้ค่อยๆ ล้างด้วยน้ำ โดยไม่ต้องถอดเสื้อผ้าออก ส่งต่อ ไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษา  
ทางตา รอยแดง ความเจ็บปวด  สวมใส่ แว่นครอบตานิรภัย  ขั้นแรกให้ค่อย ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2- 3 นาที (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออก ถ้าสามารถเอาออกได้) จากนั้นให้นำส่งแพทย์ 
ทางปาก   ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน   

การกำจัดทิ้ง การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์
การระบายอากาศ (Ventilation) 

ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria)

 

การขนส่ง
UN Classification
 

การเก็บ
แยกจาก incompatible materials (โปรดอ่านอันตรายจากสารเคมีเพิ่มเติม) อยู่ในที่เย็น 
การบรรจุ/การหีบห่อ
 
ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทน ICSC: 0047
กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี

สถานะทางกายภาพของสาร
มีลักษณะทางกายภาพเป็นของเหลว ที่กลายเป็นแก๊สไม่มีสีหรือของเหลวที่ระเหยได้มาก มีกลิ่นเฉพาะ 

อันตรายทางกายภาพ
แก๊สหนักกว่าอากาศ ไอระเหยหนักกว่าอากาศและอาจสะสมในพื้นที่ว่างด้านล่างทำให้พื้นที่นั้นไม่มีออกซิเจน 

อันตรายทางเคมี
สลายตัวเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวร้อน หรือ เปลวไฟ สารนี้จะสร้างสารไฮโดรเจนคลอไรด์ (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0163) สารฟอสจีน (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0007) สารไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0283) สารคาร์บอนิลฟลูออไรด์ (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0633) สารนี้ จะมีปฏิกิริยากับ ผงอะลูมิเนียมหรืออะลูมิเนียมผง ผงสังกะสีหรือสังกะสีผง แผ่นบางของสารแมกนีเซียม แผ่นบางของสารลิเทียม และ แบเรียมแบบเม็ด 

CCl3Fสูตรโมเลกุล
มวลโมเลกุล: 137.4
จุดเดือด : 24 องศาเซลเซียส
จุดหลอมเหลว : -111°C
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (น้ำ = 1): 1.49
ละลายในน้ำ ที่อุณหภูมิ 20°C: 0.1กรัมต่อ 100 มิลลิตร (g/100ml)
ความดันไอ ที่อุณหภูมิ 20°C: 89.0 กิโลปาสกาล (kPa)
ความหนาแน่นของไอน้ำสัมพัทธ์ (อากาศ = 1): 4.7
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของส่วนผสมระหว่าง ไอระเหย/อากาศ (vapour/air-mixture) ที่อุณหภูมิ 20°C (อากาศ = 1): 4.4
ค่าสัมประสิทธิ์การกระจายตัวของสารในชั้นน้ำและชั้นออกทานอล (log Pow): 2.53  


การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ

ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
สารนี้สามารถถุกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
ของเหลวอาจก่อให้เกิดแผลจากความเย็นจัด สารนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และ ระบบประสาทส่วนกลาง กรณีนี้อาจมีผลทำให้หัวใจผิดปกติ และ เกิดการกดระบบประสาทส่วนกลาง การได้รับสัมผัสสารนี้ สามารถทำให้การรู้สึกตัวลดน้อยลง. (โปรดอ่านข้อสังเกตเพิ่มเติม) 

ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ในกรณีที่ไม่มีภาชนะปิดที่ใช้บรรจุ สารนี้จะมีผลทำให้หายใจไม่ออกเนื่องจากทำให้ออกซิเจนต่ำในอากาศบริเวณพื้นที่อับอากาศ 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
สารนี้มีผลต่อผิวหนัง โดยทำให้ผิวหนังแห้งหรือแตก 


ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน)
TLV: 1000 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณ๊ขีดจำกัดระยะสั้น (STEL); A4 (not classifiable as a human carcinogen).
MAK: 5700 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), 1000 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm); ประเภทของขีดจำกัดสูงสุด (peak limitation category): II(2); กลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ (pregnancy risk group): C 

สิ่งแวดล้อม
หลีกเลี่ยงการปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมเพราะจะมีผลกระทบต่อชั้นของโอโซน 

ข้อสังเกต
สารนี้หากมีความเข้มข้นสูงในอากาศจะก่อให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการหมดสติหรือเสียชีวิต
ตวจสอบปริมาณของออกซิเจนก่อนเข้าไปยังบริเวณดังกล่าว
ทุกช่วงเวลาของการทำงานต้องไม่มีการได้รับสัมผัสสารนี้เกินค่าขีดจำกัดที่กำหนด
การได้กลิ่นจะเป็นการเตือนหากภาวะเกินค่าขีดจำกัดการได้รับสัมผัสไม่เพียงพอต่อการระวังเหตุการณ์
ห้ามใช้ในบริเวณใกล้เคียงไฟหรือพื้นผิวที่ร้อน หรือระหว่างการเชื่อม
ให้หมุนกระบอกสูบหรือถังเก็บทรงกระบอกด้านที่รั่วไหลขึ้นเพื่อป้องกันการรั่วของแก๊สในสถานะของเหลว 

ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
  EC Classification
 

ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล