« กลับไปสู่รายการผลของการสืบค้น  
คาร์บอนเททระคลอไรด์ICSC: 0024 (พฤศจิกายน 2023)
คาร์บอนคลอไรด์
เททระ
เททระคลอโรมีเทน
เททระคลอโรคาร์บอน
เลขประจำตัวสารเคมี (CAS #): 56-23-5
UN #: 1846
EC Number: 200-262-8

  อันตรายเฉียบพลัน การป้องกัน การระงับอัคคีภัย
เพลิงไหม้และรายละเอียด; การระเบิด ไม่สันดาป ปล่อยไอควันหรือแก๊สที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นพิษจากการเกิดเพลิงไหม้        ในกรณีที่มีเพลิงไหม้โดยรอบ ให้ใช้สารดับเพลิงที่เหมาะสม  ในกรณีของเพลิงไหม้ ให้รักษาอุณหภูมิของถังบรรจุสารเคมีให้เย็นด้วยการฉีดน้ำเป็นละอองฝอย (spraying) ให้ถังบรรจุสารเคมีนั้น 

 หลีกเลี่ยงทุกการสัมผัสสารเคมีนี้! ทุกรายที่ได้รับสัมผัสสารนี้ควรปรึกษาแพทย์ 
  อาการแสดง การป้องกัน การปฐมพยาบาล
ทางการหายใจ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ เซื่องซึม  ใช้ การระบายอากาศ การระบายอากาศเฉพาะที่ อุปกรณ์คุ้มครองทางเดินหายใจ  ออกจากบริเวณที่ได้รับสัมผัสสารเคมีนั้นทันที อากาศบริสุทธิ์ พักผ่อน ควรผายปอด ส่งต่อแพทย์ทันที 
ทางผิวหนัง อาจถูกดูดซึม ผื่นแดง โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการหายใจ  ถุงมือป้องกัน เสื้อผ้าป้องกัน  ให้ถอดเสื้อผ้าหรือชุดที่ปนเปื้อนออก ค่อย ๆ ชำระล้างผิวหนังด้วยน้ำและสบู่ ส่งต่อให้แพทย์ตรวจอาการทันที 
ทางตา รอยแดง ความเจ็บปวด  สวมใส่ กระบังหน้า อุกรณ์ป้องกันดวงตา ในการป้องกันการหายใจแบบผสมผสาน  ขั้นแรกให้ค่อย ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2- 3 นาที (ให้เอาคอนแทคเลนส์ออก ถ้าสามารถเอาออกได้) จากนั้นให้นำส่งแพทย์ 
ทางปาก in the stomachมึนงง ปวดท้อง ท้องร่วง โปรดอ่านข้อมูลกรณีการหายใจเพิ่มเติม  ห้ามรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน  บ้วนปาก ส่งต่อไปพบแพทย์ทันที 

การกำจัดทิ้ง การจำแนกประเภทและรายละเอียด: ตราสัญลักษณ์
การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล : ชุดป้องกันที่ครบสมบูรณ์พร้อมด้วยเครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศในตัว (self-contained breathing apparatus: SCBA) ห้ามปล่อยสารเคมีนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้เก็บของเหลวที่หกรั่วไหลในภาชนะบรรจุที่ปิดมิดชิดเท่าที่จะทำได้ ดูดซับของเหลวที่ยังเหลือคงค้างอยู่ด้วยทรายหรือสารดูดซับเฉื่อย ดังนั้น วิธีการจัดเก็บและวิธีการกำจัดทิ้งให้ขึ้นอยู่กับกฎที่ใช้ควบคุมในพื้นที่นั้น (local regulation) 

ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด GHS ของ UN (UN GHS Criteria)

skull;toxiccancer;health haz
หากกลืนสารนี่้หรือสัมผัสสารนี้ทางผิวหนังหรือหายใจรับสารนี้เข้าสู่ร่างกายจะเป็นพิษต่อร่างกายได้
เหตุอันควรสงสัยว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง
เป็นสาเหตุทำลาย ระบบประสาทส่วนกลาง, ตับ และ ไต
เป็นสาเหตุทำลาย ตับ และ ไต ตลอดการได้รับสัมผัสหรือการได้รับสัมผัสซ้ำ
เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว
เป็นอันตรายด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเนื่องจากทำลายโอโซนในบรรยากาศระดับบน 

การขนส่ง
UN Classification
UN Hazard Class: 6.1; หมายเลขของสหประชาชาติระบุกลุ่มของการหีบห่อสาร (UN Pack Group): II 

การเก็บ
มีการปิดผนึก อยู่ในที่เย็น แยกจาก food and feedstuffs และ metals (โปรดอ่านอันตรายจากสารเคมีเพิ่มเติม) มีการระบายอากาศตลอดทางเดิน เก็บรักษาในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายหรือมีท่อระบายน้ำ 
การบรรจุ/การหีบห่อ
ภาชนะบรรจุที่ทนทานไม่แตกหัก
ใส่หีบห่อที่แตกง่ายลงในภาชนะบรรจุที่มีคุณสมบัติทนทานไม่แตกหัก
ไม่ขนส่งร่วมกับอาหารและภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร หรือภาชนะบรรจุสำหรับให้อาหาร
มลพิษทางทะเล 
คาร์บอนเททระคลอไรด์ ICSC: 0024
กายภาพและรายละเอียด; ข้อมูลสารเคมี

สถานะทางกายภาพของสาร
มีลักษณะทางกายภาพเป็นของเหลว ไม่มีสี มีกลิ่นเฉพาะ 

อันตรายทางกายภาพ
ไอระเหยหนักกว่าอากาศ 

อันตรายทางเคมี
สลายตัวเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวร้อน หรือ เปลวไฟ สารนี้จะสร้างไอควัน (ฟูม) ที่มีพิษและมีฤทธิ์กัดกร่อน ของสารไฮโดรเจนคลอไรด์ (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0163), สารคลอรีน (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0126) และสารฟอสจีน (โปรดอ่านการ์ด ICSC 0007) สารนี้ จะมีปฏิกิริยากับ สารโลหะบางชนิด เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และสังกะสี สารนี้จะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิดและเพลิงไหม้ 

CCl4สูตรโมเลกุล
มวลโมเลกุล: 153.8
จุดเดือด : 76.7 องศาเซลเซียส
จุดหลอมเหลว : -23°C
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (น้ำ = 1): 1.59 (20°C)
ละลายในน้ำ (ละลายได้น้อยมาก) ที่อุณหภูมิ 20°C: 800 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l)
ความดันไอ ที่อุณหภูมิ 20°C: 12.2 กิโลปาสกาล (kPa)
ความหนาแน่นของไอน้ำสัมพัทธ์ (อากาศ = 1): 5.3
ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของส่วนผสมระหว่าง ไอระเหย/อากาศ (vapour/air-mixture) ที่อุณหภูมิ 20°C (อากาศ = 1): 1.5
ค่าสัมประสิทธิ์การกระจายตัวของสารในชั้นน้ำและชั้นออกทานอล (log Pow): 2.64
ความหนืด : 2.03 มิลลิปาสกาลวินาที (MilliPascal-second (mPa*s)) ที่อุณหภูมิ -23°C 


การได้รับสัมผัสและรายละเอียด; ผลกระทบต่อสุขภาพ

ทางผ่านการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย
สารนี้สามารถถุกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ, ผ่านทางผิวหนัง และ โดยการรับประทาน 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้น
สารนี้ ทำให้ระคายเคือง ต่อ ตา สารนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อตับ, ไต และ ระบบประสาทส่วนกลาง กรณีนี้อาจมีผลทำให้หมดสติ ควรให้แพทย์ตรวจอาการ 

ความเสี่ยงต่อการหายใจ
ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส สารอันตรายนี้จะระเหยปนเปื้อนในอากาศอย่างรวดเร็วมาก 

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสัมผัสเป็นระยะเวลานานหรือได้รับสัมผัสซ้ำ
หากผิวหนังได้รับสัมผัสสารนี้ซ้ำหรือเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ สารนี้อาจมีผลกระทบต่อ ตับ และ ไต สารนี้อาจมีผลต่อimpaired functions of organs และ cirrhosis เป็นไปได้ที่สารนี้อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ 


ขีดจำกัดการได้รับสัมผัสในการประกอบอาชีพ (การทำงาน)
TLV: 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณีค่าเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (TWA); 10 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณ๊ขีดจำกัดระยะสั้น (STEL); (ผิวหนัง); A2 (suspected human carcinogen).
MAK: 3.2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), 0.5 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm); ประเภทของขีดจำกัดสูงสุด (peak limitation category): II(2); ดูดซึมผ่านผิวหนัง (skin absorption) (H); การจำแนกกลุ่มมะเร็ง (carcinogen categor): 4; กลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ (pregnancy risk group): C.
EU-OEL: 6.4 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) , 1 ส่วนในล้านส่วน (ppm) กรณีค่าเฉลี่ยตลอดการทำงาน (TWA); 32 ,มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3), 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) as STEL; (ผิวหนัง) 

สิ่งแวดล้อม
ต้องไม่แพร่สารนี้ออกสู่สิ่งแวดล้อม สารนี้มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ สารนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมเพราะจะมีผลกระทบต่อชั้นของโอโซน 

ข้อสังเกต
การดื่มแอลกอฮอล์มีผลทำให้มีอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น
ขึ้นอยู่กับระดับของการได้รับสัมผัส และการแนะนำการตรวจสุขภาพตามระยะที่กำหนด
การได้กลิ่นจะเป็นการเตือนหากภาวะเกินค่าขีดจำกัดการได้รับสัมผัสไม่เพียงพอต่อการระวังเหตุการณ์
ห้ามใช้ในบริเวณใกล้เคียงไฟหรือพื้นผิวที่ร้อน หรือระหว่างการเชื่อม 

ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
  EC Classification
 

ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสหภาพยุโรป (European Union) จะไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพและความแม่นยำของการแปล หรือการใช้ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูล